มีสิ่งใดช่วยบรรเทาความตื่นตระหนกของตลาดได้บ้าง?

มีอยู่สามขั้นตอนที่จำเป็นซึ่งจะช่วยให้ตลาดผ่อนคลายลงได้และกุญแจสำคัญก็คือเรื่องของการจัดลำดับขั้นตอน – ควบคุมการระบาดของโรค อัดฉีดสภาพคล่อง และกระตุ้นความต้องการซื้อ โดยขั้นตอนแรกนั้นยังเป็นตัวแปรที่สำคัญสำหรับตลาดและมีความจำเป็นที่จะต้องใช้มาตรการกักกันที่มีประสิทธิภาพเพื่อสร้างความเชื่อมั่น ทั้งนี้ การดำเนินนโยบายผ่อนคลายทางการเงินและการอัดฉีดจากภาคการคลังจะส่งผลช่วยสนับสนุนตลาดสินทรัพย์ได้ก็ต่อเมื่อมาตรการเหล่านั้นถูกนำมาใช้

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เราเขียนบทความที่ระบุว่าการฟื้นตัวของตลาดจะขึ้นอยู่กับความรวดเร็วและประสิทธิภาพในการตอบสนองของรัฐบาล (บทความ “นำทางฝ่าสถานการณ์ความไม่แน่นอน” ). และเมื่อวันอาทิตย์ ธนาคารกลางสหรัฐ (FED) ได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ย 100 basis points ลงเหลือศูนย์ และเริ่มการซื้อหลักทรัพย์ที่มีสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ค้ำประกัน (Mortgage Backed Securities (MBS) ) และพันธบัตรรัฐบาล นอกจากนี้ ธนาคารกลางแคนาดา (BoC) ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BoJ) ธนาคารกลางยุโรป (ECB) และธนาคารกลางสวิสเซอร์แลนด์ (SNB) ได้เสนอช่องทางสนับสนุนสภาพคล่องสกุลเงินดอลลาร์ ด้วยการขยายระยะเวลานานออกไปและให้อัตราดอกเบี้ยที่ถูกกว่า ถัดจากนั้น ทาง BoJ ก็ได้ตัดสินใจในแบบที่สอดคล้องกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยแบบไม่คาดคิดของธนาคารกลางสหรัฐ ด้วยการขยายวงเงินเข้าซื้อสินทรัพย์อย่างมหาศาล โดยธนาคารกลางญี่ปุ่นทำการปรับเพิ่มวงเงินรายปีสำหรับการซื้อ Exchange Traded Funds (ETFs) ขึ้นจาก 6 ล้านล้านเยนต่อปี มาเป็น 12 ล้านล้านเยนต่อปี ซึ่งเป็นเรื่องที่เหนือความคาดหมาย

มาตรการผ่อนคลายของธนาคารกลางสหรัฐพร้อมด้วยการทำ currency swaps ที่ประสานกันกับธนาคารกลางที่สำคัญๆ นับเป็นความพยายามที่ต้องการลดแรงกดดันทางด้านเงินทุนที่สังเกตเห็นได้ในระยะหลังผ่านตลาดพันธบัตร ตลาด MBS และตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศ

ดังที่เราได้กล่าวมาแล้วก่อนหน้านี้ว่าธนาคารกลางทั่วโลกในปัจจุบันนั้นไม่มีช่องว่างในการดำเนินนโยบายเหลือมากเหมือนกับเช่นที่เคยเป็นมาในวัฏจักรตลาดรอบก่อนหน้าสำหรับการป้องกันแรงกระแทกที่มีต่อเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจของธนาคารกลางของกลุ่มประเทศ G7 จนถึงปัจจุบันได้แสดงให้เห็นถึงความเต็มใจในการทำตามขั้นตอนแบบป้องกันล่วงหน้าที่จะดำเนินมาตรการผ่อนคลายอย่างเข้มข้นนับตั้งแต่เริ่มต้น ปกป้องสภาวะการไหลของสินเชื่อสู่ภาคธุรกิจ และสนับสนุนเศรษฐกิจ

สามขั้นตอนที่จำเป็น และการมุ่งเน้นข้อมูลจำนวนผู้ป่วยใหม่รายวัน

เราเชื่อว่ามีอยู่สามขั้นตอนที่จำเป็นในการสร้างเสถียรภาพให้แก่ตลาด - 1) ควบคุมการระบาดของโรค 2) อัดฉีดสภาพคล่อง และ 3) กระตุ้นความต้องการซื้อ ในแต่ละขั้นตอนมีความสำคัญ แต่การเรียงลำดับขั้นตอนก็ถือเป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาด้วยเช่นกัน มาตรการผ่อนคลายของธนาคารกลางทั่วโลกมุ่งเน้นไปที่ขั้นตอนที่สองและสาม แต่ขั้นตอนที่หนึ่งนับเป็นตัวแปรสำคัญสำหรับตลาด ในขณะนี้ผู้ลงทุนมีความกังวลมากขึ้นว่าความต้องการซื้อของผู้บริโภคจะยังคงอยู่ในระดับต่ำต่อไปนานเพียงใดและภาวะเศรษฐกิจตกต่ำที่เกิดขึ้น ในขณะเดียวกัน ขั้นตอนที่สองและสามได้ช่วยให้เกิดสภาพคล่อง แต่ก็ไม่สามารถแก้ไขสาเหตุที่แท้จริงของแรงฉุดรั้งต่อการเติบโตได้ ความเชื่อมั่นของผู้ลงทุนและตลาดมีแนวโน้มที่จะยังคงอยู่ในภาวะสับสนต่อไปจนกว่าเราจะได้เห็นหลักฐานที่ชี้ว่าการระบาดของโรคอยู่ในสถานการณ์ที่ควบคุมได้

การทำสถิติสูงสุดของจำนวนผู้ป่วยใหม่รายวัน คือ ปัจจัยที่สำคัญและมีสิ่งที่ต้องดำเนินการอยู่สองเรื่อง เรื่องแรกคือความจำเป็นต้องหยุดกิจกรรมทางสังคมในแต่ละวันเป็นการชั่วคราวเพื่อช่วยจำกัดการแพร่ระบาดของโรคในชุมชน ส่วนขั้นต่อไปก็ต้องทำให้การตรวจ Covid-19 ในแบบขนานใหญ่และรวดเร็วสามารถทำได้โดยง่าย หากรัฐบาลพบว่าเป็นความท้าทายที่จะหยุดกิจกรรมชั่วคราว ก็ต้องดูแบบอย่างการตรวจโรคอย่างรวดเร็วของเกาหลีเพื่อมาทำตาม เกาหลีใช้ศูนย์ตรวจโรคในรูปแบบ drive through ด้วยการเก็บตัวอย่างของเหลวจากตัวผู้โดยสารและรายงานผลการตรวจได้ภายในระยะเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง กระบวนการนี้ช่วยลดโอกาสการเปิดสู่ภาวะปนเปื้อนและบรรเทาความแออัดในโรงพยาบาล การตรวจโรคในแบบขนานใหญ่ยังสามารถช่วยระบุตัวผู้เป็นพาหะของไวรัสที่นำไปสู่การกักกันตัว และการตรวจนั้นยังสามารถช่วยตรวจจับแหล่งพื้นที่ชุมชนซึ่งอาจนำมากำหนดเป็นโซนเป้าหมายที่เป็น “เขตกักกัน”

ในสหรัฐอเมริกา ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (The Centers for Disease Control and Prevention) ได้เรียกร้องให้บรรดาผู้จัดงานยกเลิกหรือเลื่อนกิจกรรมของบุคคลที่มีผู้เข้าร่วม 50 คนขึ้นไปทั่วประเทศเป็นระยะเวลานานสองเดือน นายกเทศมนตรีของรัฐต่างๆ รวมทั้งนิวยอร์กและลอสแองเจลิสได้ขอให้ไนต์คลับ โรงภาพยนตร์ และสถานที่จัดคอนเสิร์ตปิดให้บริการชั่วคราว โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 17 มีนาคม ซึ่งร้านอาหาร บาร์ และคาเฟ่จะให้บริการเฉพาะลูกค้าซื้อกลับบ้านและเดลิเวอรี่เท่านั้น ในขณะที่ "ภาวะหยุดชั่วคราว" ดูเหมือนว่าจะเกิดขึ้นแล้วในสหรัฐอเมริกา เช่นเดียวกับในประเทศที่พัฒนาแล้วอื่นๆ แต่โครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับการตรวจโรคแบบขนานใหญ่เพิ่งถูกเตรียมพร้อม และไม่เพียงแต่สหรัฐอเมริกาเท่านั้น แต่การตรวจโรคแบบขนานใหญ่ยังคงเกิดขึ้นได้อย่างจำกัดในตลาดที่พัฒนาแล้วอีกหลายแห่ง ดูรูปที่ 1

รูปที่ 1: ยอดรวมการตรวจเชื้อ COVID-19 ต่อประชากรหนึ่งล้านคน1

3 steps to calm markets fig 1

หากประเทศพัฒนาแล้วได้เพิ่มความรวดเร็วในการตรวจโรค เราก็อาจจะเห็นจำนวนผู้ป่วยใหม่รายวันเพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงสุดได้ในช่วงประมาณสองสัปดาห์หลังจากที่เริ่ม "หยุด" ตรวจ ซึ่งคล้ายกับรูปแบบที่สังเกตเห็นได้ในประเทศจีนและเกาหลี ในขณะเดียวกัน สถานการณ์ในตลาดเกิดใหม่ที่มีประชากรหนาแน่นอย่างเช่น อินเดีย บราซิล และบางประเทศในอาเซียน ก็ดูอันตรายด้วยเช่นกันเนื่องจากระบบสาธารณสุขในประเทศเหล่านี้มีแนวโน้มที่จะเผชิญกับความท้าทายในการตรวจโรค การติดตาม และการรักษาโรคระบาด

การตอบสนองด้วยนโยบายการเงินโดยลำพังจะไม่เพียงพอที่จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ตลาดได้ภายใต้สถานการณ์ปัจจุบัน ตลาดต้องการเห็นเจ้าหน้าที่ภาครัฐดำเนินการอย่างเด็ดขาดเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสได้อย่างมีประสิทธิภาพ และในขณะเดียวกันก็มีมาตรการที่จะช่วยให้ภาคธุรกิจจริงสามารถรอดพ้นผ่านภาวะการหยุดชะงักชั่วคราวไปได้ สิ่งนี้จะช่วยป้องกันไม่ให้สภาพคล่องหดหายและกลายเป็นปัญหาที่เกี่ยวกับความเพียงพอของเงินทุนในที่สุด

นี่ไม่ใช่วิกฤตการณ์การเงินโลก

เราไม่คิดว่าสถานการณ์ในตอนนี้จะเป็นการเกิดขึ้นซ้ำของวิกฤติการณ์การเงินโลกปี 2008 (Global Financial Crisis | GFC) ความมั่นคงแข็งแกร่งของระบบการเงินโลกไม่ได้กำลังถูกตั้งข้อสงสัย การระบาดของไวรัสในสหรัฐอเมริกาและยุโรปจะมีผลกระทบเชิงลบในแบบที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวต่อเศรษฐกิจของพวกเขาตราบใดที่มีการใช้มาตรการกักกันที่มีประสิทธิภาพ มาตรการเหล่านี้จะช่วยให้เศรษฐกิจเข้าสู่สภาวะปกติได้ในช่วงครึ่งหลังของปี 2020 ซึ่งด้วยมาตรการกักกันที่มีประสิทธิภาพ มาตรการผ่อนคลายทางการเงินและการอัดฉีดของภาคการคลังที่ถูกนำมาใช้เพื่อต่อสู้กับแรงฉุดที่รุนแรงต่อเศรษฐกิจ มีแนวโน้มที่จะยังคงดำเนินต่อไปได้ในอีกช่วงระยะเวลาหนึ่ง แม้ว่าผลจากการแพร่ระบาดของไวรัสจะจางหายไป ซึ่งนั่นจะส่งผลช่วยสนับสนุนตลาดสินทรัพย์

โปรดเลือกรายการในวิดเจ็ตแบนเนอร์เพื่อแสดงบทความ

Sources:
1Our World in Data based on official country reports. https://ourworldindata.org/grapher/covid19-tests-per-million-people

This document is produced by Eastspring Investments (Singapore) Limited and issued in:

Singapore and Australia (for wholesale clients only) by Eastspring Investments (Singapore) Limited (UEN: 199407631H), which is incorporated in Singapore, is exempt from the requirement to hold an Australian financial services licence and is licensed and regulated by the Monetary Authority of Singapore under Singapore laws which differ from Australian laws.


Hong Kong by Eastspring Investments (Hong Kong) Limited and has not been reviewed by the Securities and Futures Commission of Hong Kong.


This document is produced by Eastspring Investments (Singapore) Limited and issued in Thailand by TMB Asset Management Co., Ltd.


Indonesia by PT Eastspring Investments Indonesia, an investment manager that is licensed, registered and supervised by the Indonesia Financial Services Authority (OJK).


Malaysia by Eastspring Investments Berhad (531241-U).


United States of America (for institutional clients only) by Eastspring Investments (Singapore) Limited (UEN: 199407631H), which is incorporated in Singapore and is registered with the U.S Securities and Exchange Commission as a registered investment adviser.


European Economic Area (for professional clients only) and Switzerland (for qualified investors only) by Eastspring Investments (Luxembourg) S.A., 26, Boulevard Royal, 2449 Luxembourg, Grand-Duchy of Luxembourg, registered with the Registre de Commerce et des Sociétés (Luxembourg), Register No B 173737.


United Kingdom (for professional clients only) by Eastspring Investments (Luxembourg) S.A. - UK Branch, 125 Old Broad Street, London EC2N 1AR.


Chile (for institutional clients only) by Eastspring Investments (Singapore) Limited (UEN: 199407631H), which is incorporated in Singapore and is licensed and regulated by the Monetary Authority of Singapore under Singapore laws which differ from Chilean laws.


The afore-mentioned entities are hereinafter collectively referred to as Eastspring Investments.


The views and opinions contained herein are those of the author on this page, and may not necessarily represent views expressed or reflected in other Eastspring Investments’ communications. This document is solely for information purposes and does not have any regard to the specific investment objective, financial situation and/or particular needs of any specific persons who may receive this document. This document is not intended as an offer, a solicitation of offer or a recommendation, to deal in shares of securities or any financial instruments. It may not be published, circulated, reproduced or distributed without the prior written consent of Eastspring Investments. Reliance upon information in this posting is at the sole discretion of the reader. Please consult your own professional adviser before investing.

 

Investment involves risk. Past performance and the predictions, projections, or forecasts on the economy, securities markets or the economic trends of the markets are not necessarily indicative of the future or likely performance of Eastspring Investments or any of the funds managed by Eastspring Investments.


Information herein is believed to be reliable at time of publication. Data from third party sources may have been used in the preparation of this material and Eastspring Investments has not independently verified, validated or audited such data. Where lawfully permitted, Eastspring Investments does not warrant its completeness or accuracy and is not responsible for error of facts or opinion nor shall be liable for damages arising out of any person’s reliance upon this information. Any opinion or estimate contained in this document may subject to change without notice.


Eastspring Investments (excluding JV companies) companies are ultimately wholly-owned/indirect subsidiaries/associate of Prudential plc of the United Kingdom. Eastspring Investments companies (including JV’s) and Prudential plc are not affiliated in any manner with Prudential Financial, Inc., a company whose principal place of business is in the United States of America.